คนในปัจจุบันอาจจะไม่ค่อยได้ใช้งานน้ำบาดาลมากนัก เนื่องจากตอนนี้เขตของการให้บริการน้ำประปา ได้ขยายออกเป็นวงกว้าง ทำให้คนส่วนใหญ่มีน้ำใช้อย่างสะดวกสบาย

แต่กับสถานที่ ๆ อยู่นอกเขตให้บริการของการประปานั้น ก็จะต้องหาวิธีการในการจัดหาน้ำมาใช้ ซึ่งวิธีที่นิยมและยังใช้งานกันอยู่ในปัจจุบันคือการใช้ น้ำบาดาล นั่นเอง

โดยน้ำบาดาลนั้น เป็นน้ำที่อยู่ใต้ผิวดินไม่น้อยกว่า 10 เมตร โดยทำการเจาะลงไปซึ่งในบางพื้นที่ก็ไม่มีน้ำบาดาลให้ใช้เนื่องจากสภาพแวดล้อมไม่อำนวย โดยปกติแล้วน้ำบาดาลเป็นน้ำที่สะอาด เนื่องจากอยู่ใต้ดินลึก ไม่ถูกสารเคมีหรือสิ่งสกปรกเจือปนแบบน้ำบนผิวดิน

แต่โดยส่วนใหญ่แล้ว น้ำบาดาลที่ใช้งานกัน มักจะมีคุณภาพที่ยังสามารถใช้ประโยชน์ได้ หรือยังไม่เหมาะสม เนื่องจากมีปริมาณสารละลายเหล็ก สนิมเหล็กที่สูง ทำให้ไม่สามารถบริโภคได้ น้ำที่ได้มานั้นมีความกระด้าง (มีสารละลายเกลือของแคลเซียมและแมกนีเซียมอยู่ในน้ำ เมื่อฟอกกับสบู่แล้วจะเกิดเป็นตะกอนที่เรียกว่า ไคลสบู่ ขึ้น ซึ่งบางครั้ง ฟองสบู่เกิดขึ้นน้อยหรือไม่เกิดขึ้นเลย) ไม่สามารถใช้เพื่อการซักล้างได้อย่างมีประสิทธิภาพ ปัญหาเหล่านี้เป็นปัญหาที่ผู้ใช้งานน้ำบาดาลมักจะพบเจอกันเป็นประจำ

เพราะฉะนั้น การที่จะนำน้ำบาดาลมาใช้งานอุปโภคและบริโภคนั้น ควรที่จะมีขั้นตอนในการกำจัดสิ่งเจือปนในน้ำออกเสียก่อน เพื่อให้น้ำนั้นสามารถใช้ประโยชน์ได้เต็มที่ และไม่ส่งผลเสียต่อผู้ใช้งาน เช่น การกำจัดเหล็กและแมงกานีส การกำจัดความกระด้าง การฆ่าเชื้อโรค เป็นต้น

ปัจจุบันนี้มีหลากหลายวิธีที่เราจะสามารถกำจัดสนิมเหล็กและสิ่งปนเปื้อนออกจากน้ำบาดาล ที่เราจะนำมาใช้งานอุปโภคบริโภคได้ เช่น

  • การนำน้ำมาตกตะกอนด้วยการเติมอากาศ
    เป็นวิธีการการปรับปรุงคุณภาพน้ำ โดยใช้อากาศพ่นเข้าไปยังบ่อ แต่มักจะพบปัญหาที่ไม่สามารถตกตะกอนสารละลายเหล็กในน้ำออกได้หมด อีกทั้งบ่อตกตะกอนที่ใช้งานกันก็มักจะมีขนาดเล็กเกินไป จึงไม่สามารถแยกตะกอนออกจากชั้นของน้ำใสได้ ทำให้เมื่อนำน้ำนั้นไปผ่านกระบวนการกรอง จะทำให้ระบบกรองอุดตันอย่างรวดเร็ว และทำให้ส่งผลต่อระบบทั้งหมดได้ 
  • การกรองสารละลายเหล็กด้วยทรายกรอง
    เป็นการกรองแบบตรง ๆ โดยผ่านทรายกรองน้ำ แต่ปัญหาหลักที่มักพบเป็นประจำคือ น้ำที่ผ่านทรายกรองนี้ ยังมีสารละลายเหล็กเหลืออยู่ไม่สามารถกรองได้เต็มที่ จึงทำให้ระบบกรองนั้นอุดตันเร็ว ต้องเสียเวลาดูแลระบบกรอง และน้ำที่ได้ก็ไม่สามารถใช้งานได้ในหลาย ๆ ด้าน

แต่ในตอนนี้การกำจัดสนิมเหล็ก หรือสารละลายเหล็กที่อยู่ในน้ำบาดาลนั้นจะเป็นเรื่องที่ง่ายขึ้น และมีประสิทธิภาพที่สูงขึ้น เนื่องจากมีการพัฒนาสารกรองแก้ว ขึ้นมาซึ่งมีคุณสมบัติในการกรองโลหะหนัก เช่น แมงกานีส โครเมียม ฟอสเฟส สารหนู รวมถึงสนิมเหล็กนี้ด้วย ซึ่งสารกรองที่ว่านี้คือ สารกรอง AFM® (Activated Filter Media) ที่สามารถกรองโลหะหนัก จับตัวสารละลายที่ลอยอยู่ในน้ำได้ง่ายดาย


ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *

0

Your Cart